<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไอเดียคัฟ</title>
	<atom:link href="http://aedi.auiui.com/index.php/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://aedi.auiui.com</link>
	<description>&#34;Imagination is more important than knowledge ...&#34; -- Albert Einstein</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Sep 2010 14:07:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ช่องโหว่ของ QR code ที่ใช้ในงานโฆษณา (เฉพาะบางโฆษณา)</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/21/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-qr-code-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/21/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-qr-code-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Sep 2010 13:55:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[ne aedi]]></category>
		<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[QR code]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=78</guid>
		<description><![CDATA[คุณคงเคยเห็น QR Code ในหลาย ๆ ที่ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือป้ายโฆษณาอื่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วเจ้า QR code ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่า barcode ในปัจจุบัน เนื่องจาก QR code สามารถใช้กล้องบวกกับแอพพลิเคชั่นสำหรับการอ่านอีกเล็กน้อย ทำให้ QR code ถูกหยิบยกมาเก็บข้อมูลประเภท URL ที่สามารถไปยังหน้าเว็บเพจที่แสดงถึงรายละเอียดของสินค้าเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น (ไม่ต้องพิมพ์ URL ยาว...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณคงเคยเห็น QR Code ในหลาย ๆ ที่ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือป้ายโฆษณาอื่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วเจ้า QR code ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่า barcode ในปัจจุบัน เนื่องจาก QR code สามารถใช้กล้องบวกกับแอพพลิเคชั่นสำหรับการอ่านอีกเล็กน้อย ทำให้ QR code ถูกหยิบยกมาเก็บข้อมูลประเภท URL ที่สามารถไปยังหน้าเว็บเพจที่แสดงถึงรายละเอียดของสินค้าเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น (ไม่ต้องพิมพ์ URL ยาว ๆ อีกต่อไปแล้ว) ทำให้ QR code ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้กันอย่างแพร่หลาย</p>
<div id="attachment_79" class="wp-caption aligncenter" style="width: 382px"><a href="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2010/09/qrcode.png"><img src="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2010/09/qrcode.png" alt="" title="qrcode" width="372" height="372" class="size-full wp-image-79" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่าง QR code หรือ barcode 2 มิติ</p></div>
<p>จากประโยชน์มหาศาลที่ได้กล่าวไปแล้ว ไม่เห็นข้อเสียของ QR code เลยแม้แต่น้อย แต่ลองคิดไปดูอีกนึด ถ้าเราไม่มีกล้องที่ถ่ายรูปได้ หรือไม่มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้อ่าน QR code ล่ะ นั่นแหละที่บางโฆษณาที่มีอยู่ในขณะนี้ลืมคิดไป จริงอยู่ที่ในการโฆษณานั้นมีข้อความบรรยายสรรพคุณของสินค้าเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ทว่า QR code ไม่สามารถทำให้ทุกคน (ที่อยากจะตามไปดูต่อ) ไม่สามารถไปยัง link นั้นได้ นั่นแปลว่าคนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินค้าได้จริง ๆ อย่างที่เจ้าของโฆษณาต้องการ</p>
<p>เมื่อคุณอ่านถึงตรงนี้ คุณคงคิดอยู่ว่า &#8220;ก็แค่เพิ่ม link นั้นลงไปบนโฆษณาโดยตรงด้วยก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว&#8221; .. &#8220;ครับ&#8221; ผมก็คิดอย่างที่คุณคิด แต่ &#8220;บางโฆษณา&#8221; เค้าไม่ได้ทำอย่างนั้นน่ะสิครับ ไม่มี link ที่ถูกเก็บไว้ใน QR code ให้เห็นเลย คุณเคยสังเกตไหมครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/21/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-qr-code-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ไม่ตัน&#8221; มาแล้ว!!</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/13/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/13/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Sep 2010 18:15:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทวิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน โออิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ตัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=74</guid>
		<description><![CDATA[กลับมายืนบนพื้นที่สื่ออีกครั้ง สำหรับ CEO ท่านนี้ หลาย ๆ คนคงรู้จัก &#8220;ตัน โออิชิ&#8221; เมื่อในอดีต แต่ในวันนี้เขาได้สลัดคราบ CEO Branding ที่โด่งดังนั้นไปแล้ว และกำลังจะสร้าง brand ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นพร้อมกับบ้านใหม่ &#8220;ไม่ตัน&#8221; ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็น CEO อมตะ (ไม่ใช่คุณวิกรมแห่งอมตะนครนะครับ) กลับมาเป็นที่จับตามมองบนพื้นที่สื่ออีกครั้ง นักธุรกิจต้นแบบของนักธุรกิจรุ่นใหม่หลาย ๆ คน เป็นอาจารย์ผู้บุกเบิกการทำการตลาดที่แปลกแหวกแนวชนิดพลิกตำราการตลาดระดับโลกก็หาไม่เจอ กลับเข้าสู้วงการอีกครั้งในด้านที่ยังคงเป็นความถนัดเฉพาะตัวของ คุณตัน ภาสกรนที...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลับมายืนบนพื้นที่สื่ออีกครั้ง สำหรับ CEO ท่านนี้ หลาย ๆ คนคงรู้จัก &#8220;ตัน โออิชิ&#8221; เมื่อในอดีต แต่ในวันนี้เขาได้สลัดคราบ CEO Branding ที่โด่งดังนั้นไปแล้ว และกำลังจะสร้าง brand ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นพร้อมกับบ้านใหม่ &#8220;ไม่ตัน&#8221; ซึ่งตอกย้ำถึงความเป็น CEO อมตะ (ไม่ใช่คุณวิกรมแห่งอมตะนครนะครับ) กลับมาเป็นที่จับตามมองบนพื้นที่สื่ออีกครั้ง</p>
<div id="attachment_82" class="wp-caption aligncenter" style="width: 224px"><a href="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2010/09/tan.jpg"><img src="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2010/09/tan.jpg" alt="" title="tan" width="214" height="290" class="size-full wp-image-82" /></a><p class="wp-caption-text">คุณตัน ภาสกรนที รูปภาพจาก: http://www.facebook.com/tanmaitan</p></div>
<p>นักธุรกิจต้นแบบของนักธุรกิจรุ่นใหม่หลาย ๆ คน เป็นอาจารย์ผู้บุกเบิกการทำการตลาดที่แปลกแหวกแนวชนิดพลิกตำราการตลาดระดับโลกก็หาไม่เจอ กลับเข้าสู้วงการอีกครั้งในด้านที่ยังคงเป็นความถนัดเฉพาะตัวของ คุณตัน ภาสกรนที และด้วยไอเดียที่บรรเจิดพลิกสู่การรับสมัครพนักงานธรรมดา ๆ เป็นโครงการ The 9 Challengers ที่หาคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน นอกจากจะได้พนังงานและไอเดียใหม่ ๆ เข้ามาแล้ว ยังคงได้พื้นที่สื่อไปตั้งแต่ยังไม่มี Product ออกมาให้สัมผัสเลยซักตัว</p>
<p>ผมมองว่าการกลับมาสู่ธุกิจอาหารครั้งนี้ เหมือนคุณตัน (กัปตัน) จะกลับมามำในสิ่งที่ตนเองถนัด แต่จริง ๆ แล้วเป็นการกลับมาทวงบัลลังค์อย่างมีระบบมากกว่า เริ่มจากการปูทางก่อนออกจากโออิชิด้วยการให้สื่อคอยติดตามธุรกิจใหม่ (ซึ่งในตอนนั้นสื่อต่างคาดการณ์ต่างต่างนานา เป็นเวลาอยู่หลายสัปดาห์) เป็น soft landing ที่ดีเลยทีเดียว จากนั้นก็ถือฤกษ์วันที่ 9 เดือน 9 จัดตั้งบริษัท &#8220;ไม่ตัน&#8221; จำกัด ชื่อนี้เ็ป็นเหมือนกับการเริ่มจากศูนย์อีกครั้งและพร้อมจะขึ้นบินกับสายการบินใหม่ &#8220;ไม่ตัน&#8221; ดึงเอา &#8220;ราเมนแชมเปี้ยน&#8221; กลับมาช่วยทวงบัลลังค์แชมป์</p>
<p><strong>ไม่ยากและไม่ง่าย</strong><br />
ด้วยความชำนาญที่เคยมีกับธุรกิจอาหารญี่ปุ่น กลับมาอีกครั้งคงจะบินไปได้เร็วกว่าครั้งก่อน ๆ มากขึ้น ถึงแม้จะบอกว่าธุรกิจใหม่นี้จะไม่ไปทับซ้อนกับโออิชิก็ตาม แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่เข้าไปแย่งชิงเค้กก้อนเดียวกัน จึงไม่ง่ายนักที่จะขึ้นมาแซงหน้าโออิชิ</p>
<p><strong>มองอนาคต &#8220;ไม่ตัน&#8221;</strong><br />
ผมคิดว่าคุณตันก็ทราบถึงการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าตัวคุณตันเองจะเป็นสุดยอดในธุรกิจนี้อยู่แล้ว แต่ด้วยความไม่ประมาทจึงหาคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานด้วย เพื่อให้ &#8220;ไม่ตัน&#8221; หยุดอยู่แค่อาหารแน่นอน&#8230;</p>
<p>คอยคิดตามต่อไป .. &#8220;ไม่ตัน&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/09/13/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตามล่าหาพลังงาน</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/08/08/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/08/08/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Aug 2010 16:43:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=70</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยความที่มีอารมณ์ศิลปิน อยากจะทำอะไรทีต้องอาศัยแรงบันดาลใจ หรือแรงกระตุ้น หรืออื่น ๆ ก็สุดแล้วแต่ กว่าจะเริ่มได้นี่สิมันยากเย็นแสนเข็นนัก เคยถามตัวเองอยู่ว่าทำไมเราถึงหมดไฟง่ายนัก แบบว่าทำอะไรแล้วเบื่อง่าย พอเริ่มเบื่องานที่ทำมันก็ไม่ค่อยออกมาดีซักเท่าไหร่ คิดไปคิดมาก็คงจะไปกล่าวโทษใครก็คงจะไม่ได้ เพราะนั่นทั้งหมดคือตัวเราเองต่างหาก ถ้าเราจะทำให้ดีซะอย่างเราก็ต้องทำได้สิน่า.. ว่าแต่จะไปขุดพลังงานที่ไหนมาล่ะ? พอพูดถึงพลังงานนี่ถ้าเราตอบด้วยวิทยาศาสตร์มันก็คือสิ่งที่เรากินเข้าไปอยู่ทุกวันนี่แหละ แต่พอเอาเข้าจริงที่กินไปเหมือนมันจะได้เป็นพลังงานคนละส่วนกัน แล้วพลังงานที่ผมต้องการมันจะหามาได้จากไหน? ผมเห็นคนจำนวนมากเค้าใช้เวลาในการทำงาน ไปเที่ยว หรืออื่น ๆ อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อยเลยแม่แต่น้อย พวกเค้าเหล่านั้นเอาพลังงานที่ว่านั่นมาจากไหนกันแน่? เริ่มมีคำถามจากคนคนหนึ่งซึ่งแม้กระทั่งนอนอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยได้แล้ว!!! หากคุณกำลังจะบอกว่านี่คืออาการของคนขี้เกียจล่ะก็ .. ผมว่ามันก็มีส่วนถูก แต่ลองคิดไปคิดมา...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยความที่มีอารมณ์ศิลปิน อยากจะทำอะไรทีต้องอาศัยแรงบันดาลใจ หรือแรงกระตุ้น หรืออื่น ๆ ก็สุดแล้วแต่ กว่าจะเริ่มได้นี่สิมันยากเย็นแสนเข็นนัก เคยถามตัวเองอยู่ว่าทำไมเราถึงหมดไฟง่ายนัก แบบว่าทำอะไรแล้วเบื่อง่าย พอเริ่มเบื่องานที่ทำมันก็ไม่ค่อยออกมาดีซักเท่าไหร่ คิดไปคิดมาก็คงจะไปกล่าวโทษใครก็คงจะไม่ได้ เพราะนั่นทั้งหมดคือตัวเราเองต่างหาก ถ้าเราจะทำให้ดีซะอย่างเราก็ต้องทำได้สิน่า..</p>
<p>ว่าแต่จะไปขุดพลังงานที่ไหนมาล่ะ? พอพูดถึงพลังงานนี่ถ้าเราตอบด้วยวิทยาศาสตร์มันก็คือสิ่งที่เรากินเข้าไปอยู่ทุกวันนี่แหละ แต่พอเอาเข้าจริงที่กินไปเหมือนมันจะได้เป็นพลังงานคนละส่วนกัน แล้วพลังงานที่ผมต้องการมันจะหามาได้จากไหน? ผมเห็นคนจำนวนมากเค้าใช้เวลาในการทำงาน ไปเที่ยว หรืออื่น ๆ อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อยเลยแม่แต่น้อย พวกเค้าเหล่านั้นเอาพลังงานที่ว่านั่นมาจากไหนกันแน่? เริ่มมีคำถามจากคนคนหนึ่งซึ่งแม้กระทั่งนอนอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยได้แล้ว!!!</p>
<p>หากคุณกำลังจะบอกว่านี่คืออาการของคนขี้เกียจล่ะก็ .. ผมว่ามันก็มีส่วนถูก แต่ลองคิดไปคิดมา ตอนที่เรามาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา ความรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ มันมีมากมายจริง ๆ จำได้ว่าช่วงนั้นสมองทำงานได้เร็วกว่า 1 GHz อีก (เวอร์ไปนิด แต่แค่จะบอกกว่า ช่วงนั้นสมองทำงานดีจริง ๆ) ลองคิดต่อไปอีกว่าทำไมถึงไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้วล่ะ? นั่นสิ!! คิดย้อนต่อไปอีกตอนเรียนมหาวิทยาลัยมันก็มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เช่นกัน แต่มันเป็น ๆ หาย ๆ ตอนนั้นยังคิดว่าตัวเองขี้เกียจมากกกกกกก ก็เลยไปแก้เข็ดด้วยการลงเรียนมากมายหลายวิชา (แบบว่าลงเรียน 4 ปีครึ่ง ภายในระยะเวลา 4 ปี) ก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่ามันคงจะไม่มีเวลาให้ขี้เกียจได้แน่นอน&#8230; ซึ่งผลก็คือ &#8220;ใช่&#8221; ที่เราต้องเรียนและทำ project อย่างหนักหนาสาหัส (ไม่รวมกับที่เอาเวลาไปสังสรรค์กับผองเพื่อนด้วยการเล่นเกมส์อีก) พอมาคิดถึงตรงนี้ก็อาจจะคิดไปได้ว่า &#8220;เราคงไม่ได้ขี้เกียจขนาดนั้นหรอกมั้ง&#8221;</p>
<p>ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วอะไรที่ทำให้เราหมดพลังงานไปได้ล่ะ .. ลองคิดต่ออีกทีเหมือนว่าพลังงานนั้นมา ๆ หมด ๆ ในตอนเรียนมหาวิทยาลัยนั่น มันจะมาตอนที่จะเปิดเทอมและมันจะเริ่มหมดตอนที่จะปิดเทอม อืม.. ถ้าได้ปิดเทอมก็อาจจะฟื้นฟูพลังงานกลับมาก็ได้นะ (ถึงตรงน้แล้วคิดถึงหนังจีนกำลังภายในยังไงไม่รู้) แต่!! คนทำงานไม่มีวันปิดเทอมน่ะสิ ถึงตอนนี้อาจจะคิดว่าถึงทางตันแล้ว.. แต่ขอพักประเด็นนี้ไว้ก่อน แล้วคิดย้อนกลับไปอีก</p>
<p>ตอนที่เรียนอยู่มัธยม(โรงเรียนประจำ) กว่าจะนอนก็เที่ยงคืนแล้วต้องตื่นตีห้า เราก็นอนแค่ 5 ชั่วโมงเอง ทำไมเรายังกระตือรือร้นอยู่ได้ งั้นต้องลองมาดูว่าในแต่ละวันทำอะไรไปบ้าง &#8220;ตื่นนอนประมาณ 5 A.M. จากนั้นอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปกินข้าวเช้า ..?!!&#8221; ใช่แล้วข้าวเช้านี่แหละที่เราขาดมันไปช่วงหลายปีมานี้ แล้วตอนปิดเทอมเราก็ได้กินข้าวเช้าด้วย.. นั่นแหละพลังงานที่ขาดหายไปคือพลังงานจากข้าวเช้านี่เอง!! (เสียงเหมือนกับเกมโชว์ญี่ปุ่นที่พากษ์เสียงภาษาไทยหน่อย ๆ)</p>
<p>สรุปว่าเดี๋ยวจะลองตื่นให้เช้าขึ้น แล้วไปหาข้าวเช้ามากินดูก่อน ถ้าคืบหน้ายังไงจะมา update ให้ฟังอีกที ซึ่งตอนนั้นอาจจะมีภาค 2 ก็เป็นได้</p>
<p>งั้นวันนี้ราตรีสวัสดิ์พี่น้องชาวไทย (เสียง Woddy)..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/08/08/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประยุกต์ใช้ สมมติฐานประสิทธิภาพของตลาด (Efficient market hypothesis) กับสถานการณ์การเมืองไทย</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/04/20/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/04/20/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2010 17:27:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[ne aedi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=67</guid>
		<description><![CDATA[จากการเมืองในปัจจุบันเราสามารถกล่าวได้ว่า &#8220;ตลาด&#8221; ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนจะไม่มีประสิทธิภาพขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในปัจจุบัน ขัดแย้งมากนั่นหมายถึงไม่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไม่ได้ถูกแพร่กระจายไปในตลาดอย่างทั่วถึง และในบางครั้งถูกจำกัดพื้นที่อันเนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น การปิดหูปิดตาของส่วนย่อยในตลาด การเลือกฟังข้อมูลที่ตลาดต้องการเท่านั้น การให้ข้อมูลที่บิดเบือนเข้าไปในตลาด การปกปิด เป็นต้น หากตลาดยังคง &#8220;ถูกกระทำ&#8221; เช่นนี้ต่อไป ย่อมไม่มีทางที่ตลาดจะมีประสิทธิภาพ หรือเข้าใกล้ความมีประสิทธิภาพได้เลย.. ผม จึงมีข้อเสนอง่าย ๆ 3 ข้อ เพื่อทำตลาดให้ลู่เข้าสู่ความมีประสิทธิภาพ ดังนี้ &#8220;ฟัง&#8221; ข้อมูลข่าวสารรอบด้านอย่างไม่มีอคติ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเมืองในปัจจุบันเราสามารถกล่าวได้ว่า &#8220;<strong>ตลาด</strong>&#8221; ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนจะไม่มีประสิทธิภาพขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในปัจจุบัน ขัดแย้งมากนั่นหมายถึงไม่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไม่ได้ถูกแพร่กระจายไปในตลาดอย่างทั่วถึง และในบางครั้งถูกจำกัดพื้นที่อันเนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น การปิดหูปิดตาของส่วนย่อยในตลาด การเลือกฟังข้อมูลที่ตลาดต้องการเท่านั้น การให้ข้อมูลที่บิดเบือนเข้าไปในตลาด การปกปิด เป็นต้น</p>
<p>หากตลาดยังคง &#8220;<strong>ถูกกระทำ</strong>&#8221; เช่นนี้ต่อไป ย่อมไม่มีทางที่ตลาดจะมีประสิทธิภาพ หรือเข้าใกล้ความมีประสิทธิภาพได้เลย..</p>
<p><em>ผม</em> จึงมีข้อเสนอง่าย ๆ 3 ข้อ เพื่อทำตลาดให้ลู่เข้าสู่ความมีประสิทธิภาพ ดังนี้</p>
<ol>
<li> &#8220;ฟัง&#8221; ข้อมูลข่าวสารรอบด้านอย่างไม่มีอคติ</li>
<li>&#8220;คิด&#8221; ด้วยเห็นผลและข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมา</li>
<li>&#8220;ทำ&#8221; ในสิ่งที่ถูกต้อง รวมถึงการ &#8220;พูด&#8221; ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนให้กับทุกส่วนของตลาด</li>
</ol>
<p>โดยส่วนตัวแล้ว &#8220;<strong>เชื่อ</strong>&#8221; ว่าหากทุกส่วนของตลาดดำเนินไปด้วยหลักง่าย ๆ 3 ข้อนี้ (เพียงแค่ 3 ข้อนี้) จะทำให้ตลาดลู่เข้าสู่ความมีประสิทธิภาพได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2010/04/20/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวคิดการสร้างตึกปลูกข้าว</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/10/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/10/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 14:53:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[ne aedi]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดียคัฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างตึกปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[ประโยคที่ว่า &#8220;ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ&#8221; ทุกคนคงเคยได้ยินกันมาหมดแล้ว ประโยคนี้ถูกใส่ไว้ในสมองคนไทยมารุ่นต่อรุ่น จำได้ว่าเมื่อยังเด็กได้ยินประโยคนี้ที่โรงเรียนครั้งแรก ก็งง ๆ ตามประสาเด็ก ๆ ( ก็มันเด็กนี่ จริงมั้ย? ) เอาเป็นว่าทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่เลยว่าชาวนานั้นเป็นกระดูกสันหลังของชาติจริงหรือ? หรือจริง ๆ แล้วชาวนาเป็นกลุ่มคนหลังขดหลังแข็งของชาติกันแน่่!! ปลูกข้าวทีไรเป็นต้องเสี่ยงดวงกันเลยทีเดียว ลองนึกถึงล็อตเตอรี่ดูนะ เมื่อเราไปซื้อมาเราก็มีความหวังเล็ก ๆ ว่ามันจะถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง และเราก็หวังว่าซักวันรางวัลใหญ่จะต้องเป็นของเรา สุดท้ายเราก็ถูกกินเรียบ เฉกเช่นเดียวกันกับชาวนาปลูกข้าวนั่นแหละ เมื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในนาข้าว ชาวนาก็หวังว่านาข้าวนั้นจะได้ผลผลิตออกมาและขายได้ราคาดี แต่สิ่งที่วาดฝันไว้อาจจะต้องฟังทลายได้ทุกเมื่อ ลองคิดดูว่าอยู่มาวันหนึ่งมีฝนตกจำนวนมากและทำให้เกิดน้ำท่วมจนต้นข้าวตาย วันนั้นแหละคือวันสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประโยคที่ว่า &#8220;<em>ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ</em>&#8221; ทุกคนคงเคยได้ยินกันมาหมดแล้ว ประโยคนี้ถูกใส่ไว้ในสมองคนไทยมารุ่นต่อรุ่น จำได้ว่าเมื่อยังเด็กได้ยินประโยคนี้ที่โรงเรียนครั้งแรก ก็งง ๆ ตามประสาเด็ก ๆ ( ก็มันเด็กนี่ จริงมั้ย? ) เอาเป็นว่าทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่เลยว่าชาวนานั้นเป็นกระดูกสันหลังของชาติจริงหรือ? หรือจริง ๆ แล้วชาวนาเป็นกลุ่มคนหลังขดหลังแข็งของชาติกันแน่่!!</p>
<p>ปลูกข้าวทีไรเป็นต้องเสี่ยงดวงกันเลยทีเดียว ลองนึกถึงล็อตเตอรี่ดูนะ เมื่อเราไปซื้อมาเราก็มีความหวังเล็ก ๆ ว่ามันจะถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง และเราก็หวังว่าซักวันรางวัลใหญ่จะต้องเป็นของเรา สุดท้ายเราก็ถูกกินเรียบ เฉกเช่นเดียวกันกับชาวนาปลูกข้าวนั่นแหละ เมื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในนาข้าว ชาวนาก็หวังว่านาข้าวนั้นจะได้ผลผลิตออกมาและขายได้ราคาดี แต่สิ่งที่วาดฝันไว้อาจจะต้องฟังทลายได้ทุกเมื่อ ลองคิดดูว่าอยู่มาวันหนึ่งมีฝนตกจำนวนมากและทำให้เกิดน้ำท่วมจนต้นข้าวตาย วันนั้นแหละคือวันสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว และในอีกด้านหนึ่งถ้าฝนไม่ตกเลย ต้นข้าวขาดน้ำและตายไปอีก สุดท้ายก็เป็นชะตากรรมเดียวกัน</p>
<p>ผมมีไอเดียเรื่องสร้างตึกปลูกข้าวมาได้ปีกว่า ๆ แล้ว พอถึงตรงนี้หลายคนคงนึกว่าบ้าแน่ถ้าต้องสร้างตึกปลูกข้าว!! ผมว่าแล้วแต่มุมมองที่เราจะมองมันมากกว่า ลองดูแนวคิดของผมก่อนละกัน หลังจากนั้นท่านจะคิดอย่างไรมันเป็นสิทธิของท่านแล้วล่ะครับ</p>
<p>มาเข้าเรื่องดีกว่า คือเมื่อประมาณช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว (ผมเรียนปี 3 อยู่ แล้วก็ไปฝึกงาน) ในวงข้าวตอนเช้า จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มเรื่องกันด้วยอะไร ไป ๆ มา ๆ ก็มาถึงเรื่องปลูกข้าวเนี่ยแหละ พอดีเพื่อนผมที่มาฝึกงานด้วยที่บ้านมีอาชีพทำนาเป็นอาชีพเสริม แล้วเพื่อนผมก็เล่าเรื่องให้ฟังว่าเค้าทำนากันยังไงบ้าง แล้วทำได้กี่ครั้งต่อปี แต่พอเล่าไปเล่ามาก็สรุปใจความได้ว่า แถวบ้านเพื่อนแห้งแล้งมาก ปลูกข้าวได้แค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้นเอง แล้วข้าวที่ปลูกปีละหนึ่งครั้งก็ดันมีความชื้นสูงอีก ทำให้โดนกดราคาเวลาถูกรับซื้อ ชาวนาต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการตากข้าวให้ความชื้นลดลง (จะขายข้าวทีนึงลำบากมากเลยทีเดียว ไม่รวมถึงบางปีที่มีน้ำท่วมอีก) ผมเลยเสนอให้เอาพื้นที่นาช่วงที่ปลูกข้าวไม่ได้มารับจ้างตากข้าวซะเลย แต่ไอเดียนี้ตกไปเพราะว่ามันคงไม่คุ้มค่าแน่ ๆ ที่ต้องขนข้าวมาจากที่อื่น แล้วยังต้องเสียค่าจ้างตากข้าวอีก.. ที่ผมคิดได้ต่อมาคือรับจ้างปลูก และเก็บเกี่ยว แนวคิดนี้มาจากวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวนั่นแหละ แทนที่จะต้องมาวุ่นวายกับคนจำนวนมาก ก็เปลี่ยนมาจ้างคนกลุ่มหนึ่งทำแทน แนวคิดนี้น่าจะเป็นไปได้มากขึ้น</p>
<p>แต่เพียงเสี้ยววินาที ความคิดเรื่องการสร้างตึกปลูกข้าวก็เข้ามาในหัวแล้วพูดออกไปทันที ตอนแรก ๆ ก็ได้รับการต่อต้านทางความคิดจากวงสนทนาพอสมควร ผมก็เลยคิดต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อ defend แนวคิดนั้น..</p>
<p>มาสรุปเอาง่าย ๆ เลยดีกว่า&#8230;</p>
<h2><strong><span style="color: #00ff00;"><em><span style="color: #008000;">แนวคิดการสร้างตึกปลูกข้าว</span></em></span></strong></h2>
<blockquote><p><span style="color: #339966;">โครงสร้างเป็นตึกแบบเรียบง่าย ต้องการเพียงแค่โครงตึกและลิฟต์ภายนอกอาคารเท่านั้น ทำให้ค่าใช้จ่ายเรื่องโครงสร้างต่ำกว่าตึกที่พักอาศัยมาก ส่วนจำนวนชั้นคงปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ยิ่งชั้นสูงมากราคาก็จะสูงขึ้นแบบเอกซ์โปแนนเชียลด้วย ซึ่งแต่ละชั้นจะมี phase ของการปลูกข้าวไม่ตรงกันและไล่ phase จากบนลงล่าง เช่นในช่วงเริ่มแรกให้ปลูกข้าวที่ชั้นบนสุด (ข้าวต้องใช้น้ำ ที่สูบจากแหล่งเก็บน้ำขึ้นชั้นบนสุด) หลักจากผ่านช่วงแรกไปแล้ว ต้องปล่อยน้ำออก ก็เริ่มช่วงแรกของชั้นที่ถัดลงมา และนำน้ำจากชั้นแรกผ่านท่อลงมายังชั้นที่สอง (เป็นการใช้น้ำให้คุ้มค่าที่สุด แร่ธาตุจากดินของชั้นบนสุดก็ลงมาด้วย และอาจจะผ่านการปรับสภาพน้ำก่อน) ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ข้อดีของการทำแบบนี้ก็คือเราจะได้ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าเกิดภาวะแล้งก็จะปรับตัวได้ง่าย และไม่ต้องกลัวน้ำท่วมเพราะนาของเราอยู่บนตึก!! ทำให้สามารถปลูกข้าวได้ปีละหลายครั้ง และถ้าพัฒนาเป็นตึกแบบปิดใช้ผนังเซลล์แสงอาทิตย์แบบบานพับ (คล้าย ๆ กับประตูปราสาทในนิยายตะวันตกที่ต้องพาดข้ามคลองที่อยู่ล้อมรอบตัวปราสาท) ในแต่ละชั้นทั้ง 4 ด้าน แล้วภายในติดหลอดไฟ รวมถึงแผ่นสะท้อนแสงจากหลอดไฟไว้โดยรอบ ถ้าเป็นตอนกลางวันก็เปิดผนังบานพับออกทำมุมกับดวงอาทิตย์เพื่อให้สะท้อนแสงเข้าไปภายใน ระหว่างนั้นเซลล์แสงอาทิตย์ก็เก็บกักพลังงานไว้ด้วย และในตอนกลางคืนก็ปิดผนังบานพับทั้ง 4 ด้าน แล้วเปิดหลอดไฟภายในแทน ที่ทำแบบนี้เพื่อจำลองการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ โดยเราจะหลอกต้นข้าวว่าดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในเวลาไหน ซึ่งเราสามารถลดระยะเวลาใน 1 วัน (24 ชั่วโมง) ของต้นข้าวปกติ เหลือเพียง 18 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นได้ รวมถึงยังกำหนดให้เวลากลางวัน (เวลารับแสง) ของต้นข้าวมากกว่าเวลากลางคืนได้ (ให้ต้นข้าวนอนหลับน้อยลงนั่นเอง) การทำเช่นนี้นอกจะช่วยลดระยะเวลาในการปลูกข้าวแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากสภาพอากาศได้ด้วย เช่น เมื่อมีพายุเข้า เราก็ปิดผนังทุกด้านและให้หลอดไฟแทน ต้นข้าวก็จะปลอดภัยจากลมภายุด้วย เป็นต้น นอกจากนี้การที่ปลูกข้าวบนที่สูงทำให้ช่วยลดแมลงศัตรูของต้นข้าวที่จะมาทำลายต้นข้าวได้</span></p>
<p><span style="color: #339966;"><br />
</span></p>
</blockquote>
<div id="attachment_60" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-60" title="farming-building" src="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2009/10/Rice.jpg" alt="ตึกปลูกข้าว" width="400" height="378" /><p class="wp-caption-text">ตึกปลูกข้าว (เวอร์ชั่นจินตนาการ)</p></div>
<p>ประเด็นสำคัญของแนวคิดนี้ซึ่งบางท่านอาจจะคิดว่ามันทำไม่ได้.. แน่นอนว่าการสร้างตึกปลูกข้าวนั้นเป็นการลงทุนที่สูง (ปลูกข้าวแบบไฮโซ ว่างั้น) และประเทศไทยก็มีที่เหลือเฟือสำหรับการปลูกข้าว.. ด้วยการลงทุนที่สูงแต่เราสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ (ควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในวงจำกัด และลดความเสี่ยงลง) ทำให้สามารถการันตีคุณภาพของข้าว และคาดเดาปริมาณผลผลิตได้ (ยกเว้นเรื่องราคาที่มีความผันผวน) ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ส่วนในเรื่องพื้นที่นั้น จริงอยู่ที่ประเทศไทยมีพื้นที่มากมายแต่ด้วยสภาวะโลกร้อนทำให้พื้นที่ที่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมลดลง อีกการที่ประเทศไทยต้องเร่งหาพลังงานทดแทนมาใช้ ทำให้พื้นที่การเกษตรส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ในการปลูกพืชพลังงานทดแทน และด้วยการเพิ่มจำนวนของประชากรรวมถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจทำให้เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ในอนาคตอันใกล้เรามีความจำเป็นที่ต้องขยายพื้นที่การเกษตรในแนวดิ่งเช่นเดียวกับที่อยู่ของมนุษย์ นอกจากนี้เรายังควบคุมธรรมชาติที่แปรปรวนได้ด้วย</p>
<blockquote><p><strong>คราวนี้การปลูกข้าวก็ไม่ใช่การที่ธรรมชาติควบคุมเรา แต่เราต่างหากที่ควบคุมธรรมชาติด้วยตัวเราเอง.. มันคือการปฏิวัติการปลูกข้าวนั่นเอง</strong></p>
</blockquote>
<p><span style="color: #ff0000;">ใครมีความคิดที่จะช่วยกันพัฒนาเกษตรกรรมของคนไทย ก็นำเอาแนวคิดนี้ไปเป็นต้นแบบของการพัฒนาได้ และโปรดถ่ายทอดสู่เกษตรกรไทยโดยไม่เก็บค่าสิขสิทธิ์ทางความคิดนี้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">This idea is copyright for Thais only.</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/10/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Money or Power ?</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/08/16/money-or-power/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/08/16/money-or-power/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Aug 2009 16:10:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zomex</dc:creator>
				<category><![CDATA[มายแคทเทอกอรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[เงินคือพระเจ้า !!  (จริงหรือ?) need ปะ ตังค์อะ พูดกันตรงๆ ไม่ว่าใครก็ต้องใช้เงินกันทุกคนแหละ น่าแปลกที่กระดาษกับโลหะผสมชิ้นเล็กๆที่ไม่มีชีวิต ทำให้คนฆ่ากันได้ ทำไมถึงอยากมีเงินเยอะๆ ทำไมถึงอยากรวย ทำไมต้องเลื่อยขาเก้าอี้ ทำไมต้องแทงกันข้างหลัง ถ้ามองกันให้ลึกๆ ต้นเหตุจริงๆไม่ใช่ตัวเงินหรอก สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ &#8220;อำนาจ&#8221; ใช่มั้ยล่ะ? นี่แหละ ตัวอันตรายของจริง คนต้องการเงินเพราะเค้าต้องการอำนาจ ที่เค้าเรียกว่า อำนาจเงิน ไงล่ะ &#8230; เพราะถ้าคุณมีเงิน คุณจะมีอำนาจ &#8230;...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เงินคือพระเจ้า !!  (จริงหรือ?)<br />
</strong></p>
<p>need ปะ ตังค์อะ</p>
<p>พูดกันตรงๆ ไม่ว่าใครก็ต้องใช้เงินกันทุกคนแหละ</p>
<p>น่าแปลกที่กระดาษกับโลหะผสมชิ้นเล็กๆที่ไม่มีชีวิต ทำให้คนฆ่ากันได้</p>
<p>ทำไมถึงอยากมีเงินเยอะๆ ทำไมถึงอยากรวย</p>
<p>ทำไมต้องเลื่อยขาเก้าอี้ ทำไมต้องแทงกันข้างหลัง</p>
<p>ถ้ามองกันให้ลึกๆ ต้นเหตุจริงๆไม่ใช่ตัวเงินหรอก</p>
<p>สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือ</p>
<p><strong>&#8220;อำนาจ&#8221;</strong><br />
ใช่มั้ยล่ะ?</p>
<p>นี่แหละ ตัวอันตรายของจริง</p>
<p>คนต้องการเงินเพราะเค้าต้องการอำนาจ</p>
<p>ที่เค้าเรียกว่า อำนาจเงิน ไงล่ะ</p>
<p>&#8230; เพราะถ้าคุณมีเงิน คุณจะมีอำนาจ &#8230;</p>
<p>การที่คุณไปซื้อของ แล้วเค้ายอมขายให้คุณ เพราะคุณมีเงิน แสดงว่าคุณมีอำนาจพอที่จะทำให้เค้ามอบของให้คุณ</p>
<p>นั่นหมายความว่า ถึงคุณไม่มีเงิน แต่ถ้าคุณมีอำนาจพอที่จะทำให้เค้ามอบของให้คุณ คุณก็จะได้ของมาโดยไม่ต้องใช้เงิน จริงมั้ย?<br />
(ที่เรียกกันสั้นๆว่า ไถ น่ะ คิดประธานของประโยคเองละกันนะ)</p>
<p>เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องการจริงๆ ไม่ใช่เงินหรอก</p>
<p>แต่มันคือ อำนาจ</p>
<p>ทุกคนอยากมีอำนาจ ถือเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์</p>
<p>ขั้นต่ำสุด ก็อำนาจในการควบคุมตัวเองนั่นแหละ</p>
<p>พอควบคุมตัวเองได้ ก็ลามอยากจะไปควบคุมคนอื่นต่อ</p>
<p>เพราะการจะสนอง Need บางอย่าง ไม่สามารถทำได้เพียงตัวคนเดียว</p>
<p>แล้วอะไรทำให้คุณมีอำนาจ .. basic สุดๆ ก็เงิน ไงล่ะ</p>
<p>ถ้าคุณคิดค้านในใจว่า จริงๆ แล้วทุกคนก็ต้องการเงินน่ะแหละ</p>
<p>มันจะเป็นจริงแค่ตอนนี้ แต่ไม่ใช่สัจนิรันดร์</p>
<p>ลองคุณไปติดเกาะดิ ยังจะอยากได้เงินอยู่หรือเปล่า</p>
<p>ถ้าให้เลือกระหว่าง เงิน กับ คนที่จะมาช่วยคุณออกจากเกาะ อะไรจะน่าสนใจกว่ากัน</p>
<p>ถ้าคุณออกจากเกาะได้ ความรู้สึก&#8221;มีอำนาจ&#8221;ของคุณ จะกลับมาอีกครั้ง</p>
<p>ไตร่ตรองดูให้ดี</p>
<p><strong>คนต้องการอำนาจ</strong></p>
<p>เป็นจริงตลอดกาล &#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/08/16/money-or-power/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนูส้มกับทีมงานระดับเทพ</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/29/som-sd-cartoon1/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/29/som-sd-cartoon1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 16:12:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>zomex</dc:creator>
				<category><![CDATA[มายแคทเทอกอรี]]></category>
		<category><![CDATA[Cartoon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-28" title="som-sd-cartoon1" src="http://aedi.auiui.com/wp-content/uploads/2009/07/cartoon.jpg" alt="som-sd-cartoon1" width="400" height="1200" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/29/som-sd-cartoon1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไอเดียคัฟ@Auiui &#8211; http://aedi.auiui.com</title>
		<link>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/21/hello_world/</link>
		<comments>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/21/hello_world/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2009 16:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>netumpire</dc:creator>
				<category><![CDATA[มายแคทเทอกอรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://aedi.auiui.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[อุแว้ ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุแว้ ..</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://aedi.auiui.com/index.php/2009/07/21/hello_world/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

